Home : Books : About us : Shop OnLine : Webboard : Download : Book Variety : Job : Service : Contact us 
 


    ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ซีเอ็ด”

    ฉบับปรับปรุงล่าสุด 17 เมษายน  2551

  • วัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง ซีเอ็ด โดยกลุ่มวิศวกร เมื่อ 33 ปีก่อน คือ  
    “ จะดำเนินธุรกิจการเผยแพร่ความรู้  โดยเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ 
       โดยจะเน้นด้านวิทยาศาสตร์  วิศวกรรมศาสตร์  และการศึกษา ”

  • เป็นผู้บุกเบิกการผลิตหนังสือ  และวารสาร เชิงวิชาการ  จนประสบผลสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับในธุรกิจสิ่งพิมพ์ของประเทศไทย
  • เป็นบริษัทสิ่งพิมพ์  ที่ครองความเป็นแนวหน้า ในทั้ง 3 ด้านของธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศ  คือ 

    เป็นสำนักพิมพ์ที่มียอดขายเข้าระบบร้านหนังสืออยู่ในลำดับต้นของประเทศ  โดยเน้นด้านคอมพิวเตอร์  วิศวกรรมศาสตร์  วิทยาศาสตร์  การจัดการ  ธุรกิจ  หนังสือส่งเสริมเยาวชน  หนังสือสาระความรู้ทั่วไป  และหนังสืออ้างอิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพจนานุกรม และแผนที่
    เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือเข้าสู่ระบบร้านหนังสือรายใหญ่ที่สุด  และมีระบบการจัดจำหน่าย  ที่ถือได้ว่าดีที่สุดระบบหนึ่งในธุรกิจหนังสือของประเทศ  โดยเป็นผู้พัฒนาระบบการจัดจำหน่ายที่เรียกว่า Standing Order สำหรับประเทศไทย ขึ้นมา

    เป็นร้านหนังสือเครือข่ายที่มีจำนวนสาขา  และมียอดขายสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2542  และยังได้รับรางวัล “ร้านหนังสือเครือข่าย ยอดเยี่ยมประจำปี 2545  และ 2546”  และรางวัล “ร้านหนังสือยอดเยี่ยมประจำทศวรรษ  (ปี 2547)”  จากชมรมส่งเสริมการจัดจำหน่ายหนังสือ (ชมรมสายส่งหนังสือ) ในสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

  • ในปี 2549 มีรายได้รวมเป็นอันดับที่ 568 ของบริษัททั้งหมดในประเทศไทย (และมีกำไรสุทธิเป็นอันดับที่ 463) ถือเป็นอันดับที่ 2 ของธุรกิจสิ่งพิมพ์ของประเทศไทย ขณะที่มีธุรกิจสิ่งพิมพ์ติดอันดับเพียง 4 รายเท่านั้นจาก 1000 บริษัทแรกที่มีรายได้รวมสูงสุด (ข้อมูลจากหนังสือ Top 1000 Thai Companies ประจำปี 2549 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดของประเทศ จากฐานข้อมูลงบการเงินประจำปี 2549 ของกระทรวงพาณิชย์ เผยแพร่ในเดือนธันวาคม 2550 โดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
  • ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Forbes ฉบับ Global  ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นนิตยสารธุรกิจชั้นนำของโลก  ให้อยู่ในรายชื่อ 200 บริษัทยอดเยี่ยมนอกสหรัฐอเมริกา ที่มียอดขายน้อยกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (200 Companies for 2002 : Best Under a Billion) โดยคัดเลือกจากบริษัทชั้นนำ 20,000 รายทั่วโลก
  • เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    เป็นหุ้นที่ให้ “ดัชนีผลตอบแทนรวม” สูงสุด เป็นลำดับที่ 98  ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 515 ราย ในตลาดหลักทรัพย์ฯ  จากการลงทุน 12 เดือนล่าสุด  ณ  สิ้นเดือนธันวาคม 2550  โดยได้ดัชนีผลตอบแทนรวมเป็น 42.06 % (ดัชนีผลตอบแทนรวม หรือ Total Return Index เป็นดัชนีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดทำขึ้น  เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ลงทุนได้พิจารณา    โดยคำนวณจากการลงทุนซื้อหุ้นเมื่อ 12 เดือนล่าสุด  แล้วคิดผลตอบแทนรวมที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นสิทธิในการจองซื้อหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม  และเงินปันผลที่ได้  โดยเงินปันผลที่ได้นั้นเอามาซื้อหุ้นเพิ่มเติมจนหมด)   
    มีอัตราเติบโตเฉลี่ยของรายได้รวม สูงสุด ในกลุ่มการพิมพ์และสิ่งพิมพ์ โดยเติบโตเป็นประมาณ 34.3 เท่าภายใน 16 ปี หรือเติบโตเฉลี่ย 24.7% ต่อปี นับแต่ปีแรกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์จนถึงสิ้นปี 2550
    ได้รับประกาศเกียรติคุณรางวัล "คณะกรรมการดีเด่นแห่งปี" หรือ "Board of The Year for Distinctive Practices" ประจำปี 2549/2550 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Director หรือ IOD) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โดยคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ได้รับประกาศเกียรติคุณคณะกรรมการดีเด่น และ ดีเลิศ สำหรับปี 2549/2550 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 19 คณะ (ดีเด่น 14 คณะ ดีเลิศ 5 คณะ) จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดกว่า 400 บริษัท โดย ซีเอ็ด เป็นบริษัทที่มี Market Cap ขนาดกลาง (น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท) 1 ใน 2 ราย ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ นอกนั้นเป็นบริษัทที่มี Market Cap ขนาดใหญ่ทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มพลังงาน และธนาคาร
     
    ได้รับการประเมินจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ร่วมกับ สมาคมบริษัทจดทะเบียน และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย   ในเรื่องการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ (AGM) ประจำปี 2550 ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" โดยเป็นบริษัทที่ได้คะแนนตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป และเป็น 1 ใน 19 บริษัทที่ได้รับการยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี จากบริษัทที่ได้รับการประเมินทั้งหมด 460 บริษัท
    SE-ED ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหุ้น 1 ใน 6 สำหรับการแข่งขัน YRC 2007  และผู้ที่ได้รางวัลสำหรับสาย SET 4 ใน 5 คนเลือกวิเคราะห์หุ้น SE-ED   

    โครงการ Young Researcher Competition (YRC)  เป็นโครงการสำหรับนิสิต นักศึกษา ในระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 และ 4 หรือเทียบเท่า จนถึงระดับปริญญาโท  เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ  ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละรอบจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าอบรมในหัวข้อต่างๆ ที่มีเนื้อหาเข้มข้นขึ้นตามลำดับ  เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดส่งบทวิเคราะห์หลักทรัพย์เข้าประกวด  โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบที่ 3 (30 คน แบ่งเป็น สาย SET 15 คน และ สาย mai 15 คน) จะต้องนำเสนอผลงานการวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่อคณะกรรมการคัดเลือก เพื่อคัดเลือก Top Five SET Young Researchers และ Top Five mai Star Researchers ตามลำดับ  หลังจากนั้นในรอบชิงชนะเลิศ คณะกรรมการตัดสินจะคัดเลือกผู้ชนะเลิศ หรือ SET Young Researcher และ mai Star Researcher ตามลำดับ

    Young Researcher Competition  เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  สถานีโทรทัศน์ Money Channel  และ สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์  โดยความสนับสนุนของสถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI)  ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)  บริษัท เซ็ท เทรด ดอท คอม จำกัด (SETTRADE)  สมาคมบริษัทจัดการลงทุน  สมาคมบริษัทจดทะเบียน  สมาคมบริษัทหลักทรัพย์  สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  และ มหาวิทยาลัยนเรศวร
    สำหรับการแข่งขัน YRC 2007 เริ่มรับสมัครตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 และตัดสินรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 10 มกราคม 2551  หุ้นที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหุ้นสำหรับการวิเคราะห์ในการแข่งขันรอบที่ 3 แบ่งเป็น 2 สาย คือ  สาย SET ได้แก่หุ้น  HMPRO, SE-ED และ EGCO  ส่วนสาย mai ได้แก่ หุ้น TRT, ETG และ DEMCO
    ผลการแข่งขันในสาย SET ปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ (รางวัลเงินสด 100,000 บาท + อื่นๆ) และรองชนะเลิศ ต่างก็ได้มาจากการวิเคราะห์หุ้น SE-ED  ส่วนที่ได้รางวัลสมทบอีก 3 ท่านนั้น วิเคราะห์หุ้น SE-ED จำนวน 2 ท่าน

    ได้รับการประเมินความพึงพอใจ "ดีเยี่ยมที่สุด" ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ในการชี้แจงต่นักลงทุน และนักวิเคราะห์ ในงาน "บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน" (Opportunity Day) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับ Q4/2549 และ Q4/2548 โดยได้รับการประเมินสูงที่สุดในทั้ง 3 ด้าน คือ ประโยชน์ของข้อมูลที่ได้รับ การนำเสนอข้อมูล และความเหมาะสมของเวลาในการนำเสนอ เมื่อเทียบกับบริษัทจดทะเบียน 48 ราย และ 68 รายตามลำดับ ที่เข้าร่วมชี้แจงในคราวเดียวกัน
    ได้รับการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ให้เป็นบริษัทที่มีบรรษัทภิบาล ของปี 2549 ในเกณฑ์  “ดีมาก”   โดยเป็นบริษัทสิ่งพิมพ์แห่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับคะแนนรวม บรรษัทภิบาล ในระดับ ดีมาก-ดีเลิศ  และเป็นหนึ่งใน 71 บริษัท ที่ได้รับการประเมินว่ามีบรรษัทภิบาลของปี 2549  อยู่ในเกณฑ์  ดีมาก - ดีเลิศ   จากบริษัทที่ไดัรับการประเมินทั้งหมด  402 บริษัท

    ได้รับการประเมินจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียน และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ในเรื่องการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ (AGM) ประจำปี 2549 ซึ่งเป็นการประเมินปีแรก เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนได้ตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นและหลักบรรษัทภิบาลที่ดี  ให้อยู่ในเกณฑ์ “ดี”  โดยได้คะแนน 81.24%  ในส่วนของการจัดการประชุม  ได้รับคะแนนถึง 95.87% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ “ดีเยี่ยม”  โดยการประชุมเป็นตามหลักบรรษัทภิบาล  โปร่งใส  และยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามได้เต็มที่จนหมดคำถาม 

    ได้รับการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ให้เป็นบริษัทที่มีบรรษัทภิบาล ของปี 2549 ในเกณฑ์  “ดีมาก”   โดยเป็นบริษัทสิ่งพิมพ์แห่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับคะแนนรวม บรรษัทภิบาล ในระดับ ดีมาก-ดีเลิศ  และเป็นหนึ่งใน 71 บริษัท ที่ได้รับการประเมินว่ามีบรรษัท  ภิบาลของปี 2549  อยู่ในเกณฑ์  ดีมาก - ดีเลิศ   จากบริษัทที่ไดัรับการประเมินทั้งหมด  402 บริษัท

    ได้รับการประเมินจาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)  ให้ติดอันดับในกลุ่มบริษัทที่ได้รับผลการประเมินบรรษัทภิบาลดีที่สุด 85 อันดับแรก (Top Quartile Companies) ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย ประจำปีพ.ศ. 2546  

    ได้รับการประเมินจาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ให้เป็น หนึ่งใน 20 ลำดับแรก ที่มีการกำกับดูแลกิจการดีที่สุดสำหรับปี 2545  จากการสำรวจทั้งหมด 234 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์

    ได้รับรางวัล Disclosure Award 2002 และ Disclosure Report Award 2003 จาก คณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)  ในฐานะ “บริษัทจดทะเบียน ที่สมควรได้รับการชมเชยเป็นพิเศษ ในการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุน”  ซึ่ง กลต.จัดรางวัลนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมการมีระบบบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) ขึ้นในประเทศไทย

    ปัจจุบัน  หุ้น SE-ED ได้รับการยอมรับให้เป็น Value Stock ตัวหนึ่ง ในตลาดหลักทรัพย์ของไทย

  • เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ Book Variety  ซึ่งออกอากาศทาง  TTV 1  Nation Channel ทุกวัน เสาร์ เวลา 9.00–9.30 น. โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกในเดือนมกราคม 2544
  • เป็นผู้จัดงาน Thailand Electronics & Industrial Technology  ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาโดยตลอด
  • เป็นเจ้าของเว็บไซต์ www.se-ed.com ซึ่งเป็นเวบไซต์ที่มีผู้เข้ามาใช้บริการมากในลำดับต้น ของหมวดธุรกิจหนังสือ


ข้อมูลเบื้องต้น

การก่อตั้ง

         ก่อตั้ง พ.ศ. 2517  โดยกลุ่มวิศวกรไฟฟ้า ที่เคยทำกิจกรรมวิชาการร่วมกันใน ชุมนุมวิชาการ  คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะเป็นนิสิต   ได้รับอนุญาตให้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปลายปี พ.ศ. 2534

ที่มาของชื่อบริษัท

        บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)   มีชื่อภาษาอังกฤษว่า    SE-EDUCATION Public Company Limited โดยคำว่า SE-EDUCATION เป็นคำย่อมาจากคำเต็มว่า Science, Engineering and Education  ซึ่งเป็นการเน้นวัตถุประสงค์การก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อ 30 ปีก่อนว่า  จะดำเนินธุรกิจการเผยแพร่ความรู้  โดยเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ   โดยจะเน้นด้านวิทยาศาสตร์  วิศวกรรมศาสตร์  และการศึกษา
        ปัจจุบันชื่อเรียกสั้นๆ ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายคือ ซีเอ็ด (SE-ED)

วัตถุประสงค์การก่อตั้ง / ภารกิจ / ธุรกิจ / วิสัยทัศน์

• วัตถุประสงค์การก่อตั้ง : ซีเอ็ด จะดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหาความรู้  ในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

• ภารกิจ  : ซีเอ็ด จะดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหาความรู้  ในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ  (จะดำเนินธุรกิจที่จะทำให้ “คนไทยเก่งขึ้น”)  โดยพัฒนาขึ้นเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน  มีการเติบโตต่อเนื่องที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม  เป็นบริษัทตัวอย่างที่ดี  สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์และเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง  พนักงานมีความสุข  และสามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าพึงพอใจในระยะยาว

ธุรกิจของซีเอ็ด :  Knowledge Provider

วิสัยทัศน์ : ซีเอ็ด จะเป็นผู้นำในการทำให้คนไทยหาความรู้ ได้ง่ายขึ้น และสะดวกขึ้น

โลโก้ และสีของบริษัท

        เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อตั้งเป็นวิศวกรไฟฟ้า โลโก้ (เครื่องหมาย) ของซีเอ็ด จึงเป็นรูปคลื่นทางไฟฟ้าที่สะท้อนถึงวิทยาการที่ทันสมัย  และมีความต่อเนื่องของการดำเนินงานอย่างสวยงามไม่สิ้นสุด
 
       โลโก้นี้เป็นรูปที่เห็นจากจอภาพของ ออสซิลโลสโคป (เครื่องดูรูปคลื่นไฟฟ้า) เมื่อนำคลื่นทางไฟฟ้า 2 ความถี่มาป้อนเข้าทางแกนนอนและแกนตั้งของเครื่องออสซิลโลสโคป โดยคลื่นหนึ่งมีความถี่หนึ่งเป็น 1.5 เท่าของอีกความถี่หนึ่ง วงกลมล้อมรอบคือขอบของจอภาพ

        สีหลักของโลโก้ของซีเอ็ด คือ พื้นสีแดง เส้นรูปคลื่นเป็นสีขาว ตัวอักษรชื่อซีเอ็ด เป็นสีน้ำเงินอมม่วง หรือสีดำ โดยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามลักษณะของสีพื้นภายนอก ดังนั้น สีหลักที่ใช้ในการออกแบบตกแต่งต่างๆ จะประกอบด้วยสีแดง ขาว และน้ำเงินอมม่วง เป็นหลัก

ทุนจดทะเบียน

        ณ วันที่ 22 มกราคม 2551  ทุนจดทะเบียนเป็น 328,345,090 บาท  เรียกชำระแล้ว 323,921,130 บาท

ประวัติความเป็นมา

       บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) (SE-EDUCATION Public Company Limited)  ได้จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่10 ตุลาคม พ.ศ. 2517  ด้วยทุนจดทะเบียน 99,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหาความรู้ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ  โดยกลุ่มผู้เริ่มก่อตั้งทั้งหมดประกอบด้วย วิศวกรไฟฟ้า 10 คน ที่จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ซึ่งต่างก็เคยมีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ จากชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในขณะที่เป็นนิสิตมาแล้ว และตระหนักดีว่าประเทศไทยยังขาดแคลนการพัฒนาสื่อความรู้เชิง วิชาการอยู่มาก

       บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เป็น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ในภาคอุตสาหกรรมบริการ  กลุ่มธุรกิจหลัก สื่อประชาสัมพันธ์  หมวดธุรกิจย่อย  สิ่งพิมพ์  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534  และแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2536  ปัจจุบัน บริษัทฯ มีชื่อเรียกสั้นๆ  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย คือ ซีเอ็ด (SE-ED)  ซึ่งย่อมาจากคำเต็มว่า Science, Engineering and Education

       ในระยะเริ่มแรก  ซีเอ็ด ผลิตวารสารรายเดือน “เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์” และเป็นผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากต่างประเทศ 

        ในปี พ.ศ. 2521 เริ่มผลิตวารสารรายเดือน “ทักษะฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ซึ่งเป็นวารสารทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเยาวชนและผู้สนใจทั่วไป 

        ในปี พ.ศ. 2522  เริ่มผลิตวารสารรายเดือน “มิติที่ 4”  เพื่อเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์  และกระตุ้นผู้ที่ไม่ชอบวิทยาศาสตร์หนักๆ ให้หันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น .

        ในปี พ.ศ. 2523  เริ่มผลิตหนังสือวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ออกจำหน่าย  ต่อมาได้ขยายสายงานผลิตออกมาเป็น
ฝ่ายผลิตตำราและหนังสือเชิงวิชาการ

        ในปี พ.ศ. 2526  ผลิตวารสารรายเดือน ไมโครคอมพิวเตอร์  และเริ่มผลิตหนังสือด้านไมโครคอมพิวเตอร์ออกจำหน่าย  พร้อมๆ กันนี้  หมวดหนังสือบริหาร / การจัดการ ของบริษัทฯ ก็เริ่มต้นอย่างจริงจัง  โดยเน้นหนังสือที่สามารถช่วยคนทำงานให้ทำงานได้ดีขึ้น  มากกว่าจะเน้นหนังสือที่คาดว่าจะขายดีเป็นพักๆ เท่านั้น

        ในปี พ.ศ.2528 ซีเอ็ดเริ่มใช้ระบบการจัดจำหน่ายหนังสือแบบ Standing Order ที่ดัดแปลงขึ้นให้เหมาะสมกับธุรกิจหนังสือของไทย  และได้รวมวารสาร ทักษะฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวารสาร มิติที่ 4 เข้าด้วยกัน  และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวารสาร รู้รอบตัว ซึ่งต่อมาก็ได้เปลี่ยนรูปเล่ม และเนื้อหาให้ทันสมัยเพิ่มขึ้น  และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น UpDATE  ขณะเดียวกันก็ได้ขยายสายงานผลิตหนังสือส่งเสริมเยาวชนขึ้นมาอย่างจริงจัง  เพื่อบุกเบิกหนังสือสาระความรู้สำหรับเยาวชน  ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2529 "วิทยาศาสตร์อ่านสนุก” การ์ตูนชุดเสริมความรู้ชุดแรก  ก็ได้ออกวางตลาดและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
       

 
วารสารเชิงวิชาการของซีเอ็ด จะเน้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  อิเล็กทรอนิกส์  วิทยาศาสตร์  และวงการอุตสาหกรรม

        
        ซีเอ็ด บุกเบิกธุรกิจวารสาร และหนังสือเชิงวิชาการ อย่างต่อเนื่องมาเป็นลำดับ  จนกลายเป็นสำนักพิมพ์สาระความรู้ชั้นนำ  และมีระบบจัดจำหน่ายที่เป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดในธุรกิจหนังสือ  และได้เริ่มบทบาทการเป็นผู้รับจัดจำหน่ายหนังสือให้กับสำนักพิมพ์อื่นที่ผลิตหนังสือประเภทใกล้เคียงกันด้วย

        แม้ว่า ซีเอ็ด จะมียอดขาย  และมีการเติบโตอย่างน่าพอใจ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหนังสือโดยเฉลี่ย  โดยเป็นสำนักพิมพ์ที่มียอดขายสูงสุดในระบบร้านหนังสือ  และเป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือรายใหญ่ที่สุดในขณะนั้น  แต่ก็พบว่ามีข้อจำกัดที่จำนวนร้านหนังสือที่ดีมีน้อยเกินไป  ทำให้หนังสือที่ ซีเอ็ด ผลิตขึ้นไม่สามารถกระจายออกไป  และได้รับการจัดวางอย่างเหมาะสม  ยอดขายที่ได้สำหรับหนังสือแต่ละเรื่อง จึงไม่สามารถทำได้มากขึ้นกว่าเดิมนัก

        เมื่อทำการสำรวจต่อมา  พบว่าร้านหนังสือเดิมไม่พร้อมจะขยายงาน  และไม่พร้อมจะปรับปรุงได้มากกว่าเดิมเท่าไรนัก  ขณะที่ระยะเวลาดังกล่าว  ศูนย์การค้ายุคใหม่ กำลังจะทยอยเปิดอย่างต่อเนื่อง  โดยซีเอ็ดเชื่อมั่นว่าศูนย์การค้าเหล่านั้น น่าจะเป็นแม่เหล็กที่ทำให้เกิดชุมชนขนาดใหญ่  และน่าจะทำให้พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนแปลงวิถีสัญจรไป  ดังนั้น  ถ้าจะทำให้คนไทยหาหนังสืออ่านได้ง่าย และสะดวกขึ้น  ก็ควรจะต้องมีร้านหนังสือที่ดีในศูนย์การค้าเหล่านั้น  แต่เนื่องจากการลงทุนต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก  และเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครเคยบุกเบิกอย่างจริงจังมาก่อน  ซีเอ็ดจึงตัดสินใจที่จะเริ่มธุรกิจร้านหนังสือในศูนย์การค้าชั้นนำ  พื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับร้านหนังสือเดิม ซึ่งส่วนมากอยู่ตามตึกแถว 

         ดังนั้น  ในไตรมาสที่ 3  พ.ศ. 2533  ซีเอ็ด จึงยื่นเรื่องเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และเริ่มโครงการร้านหนังสือ “ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์” ขึ้น  เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสหาซื้อหนังสือดีๆ ได้สะดวกขึ้น  และเป็นการรองรับการเติบโตของตลาดหนังสือทั้งหมด  โดยมีทิศทางเน้นการเปิดในศูนย์การค้าชั้นนำ  ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ จะจำหน่ายหนังสือที่ ซีเอ็ด ผลิตขึ้นเอง และหนังสือของสำนักพิมพ์อื่นด้วย  เพื่อให้มีความสมบูรณ์ในฐานะร้านหนังสือทั่วไป  ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เปิดดำเนินการสาขาแรก ในปลายปี พ.ศ. 2534 ที่ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์  โดยเน้นการเป็น ศูนย์หนังสือสาระและบันเทิง สำหรับครอบครัว และคนทำงาน

         ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เริ่มเปิดในซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 3 พ.ศ. 2539  ที่โลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์  สาขาพัทยา  เพราะเห็นว่าซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นทิศทางใหม่ของธุรกิจค้าปลีกที่จะเพิ่มความสำคัญมากขึ้นในอนาคต  และจะเป็นทำเลที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจร้านหนังสือในอนาคตระยะยาว  หลังจากที่ได้ปรับรูปแบบของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ให้เป็นโฉมใหม่  ที่เน้นการใช้สีที่สดใส  ให้ดูทันสมัยขึ้น  เน้นการออกแบบชั้นหนังสือที่สามารถผลิตได้ง่ายขึ้น  และมีต้นทุนต่ำลง  เพื่อความรวดเร็วในการเปิดสาขาใหม่  และเน้นการพัฒนา ศูนย์กระจายหนังสือ (Book Distribution Center) ให้มีขีดความสามารถที่จะรองรับปริมาณงานได้มากถึง 600 สาขา โดยในปี 2549 ได้เพิ่มพื้นที่ศูนย์กระจายหนังสือ จากเดิมประมาณ 7,400 ตารางเมตร เป็นประมาณ 10,000 ตารางเมต หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 35% ตลอดจนได้พัฒนาโมเดลของการอยู่รอด และการเติบโต ที่ได้พัฒนาและทดลองใช้มาจนเหมาะสมแล้ว  จึงทำให้ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ มีความพร้อมในการเติบโตอย่างแข็งแรง  และสามารถเปิดสาขาใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว  ด้วยต้นทุน และค่าใช้จ่ายดำเนินการที่ต่ำลง  และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูงขึ้น

         

 


         นอกจากนั้น  ยังพัฒนาความสัมพันธ์กับศูนย์การค้า  และซูเปอร์เซ็นเตอร์  รายใหญ่ทุกราย  และได้รับความไว้วางใจในฐานะ พันธมิตรธุรกิจที่สำคัญ ของแต่ละแห่ง  ทำให้มีโอกาสพัฒนารูปแบบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง  ในปัจจุบัน  ถือได้ว่า ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เป็นร้านหนังสือเครือข่าย (chain bookstores) ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง  และเติบโตอย่างรวดเร็ว และมียอดขายมากที่สุดในประเทศไทย  และเป็นแกนหลักของการเติบโตของ ซีเอ็ด ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา

         ผลการดำเนินงานของ ซีเอ็ด เป็นที่น่าพอใจมาโดยตลอด  แต่เมื่อประเทศไทยประสบกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างรุนแรงจนเข้าขั้นวิกฤตหลังจากกลางปี 2540 เป็นต้นมา  จนก่อให้เกิดสภาพการปิดตัวของธุรกิจและการว่างงานเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก  กำลังซื้อโดยรวมลดลง  ธุรกิจหนังสือโดยรวมก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วยเช่นกัน  คู่ค้ารายใหญ่ของ ซีเอ็ด หลายรายที่เป็นร้านหนังสือประสบปัญหาขาดทุนและสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก  ส่งผลทำให้ ซีเอ็ด ต้องสำรองเป็นหนี้สูญจำนวนมาก  การที่กำลังซื้อของประชาชนโดยรวมลดลง  ร้านหนังสือชะลอการสั่งซื้อ  และ ซีเอ็ด ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพื่อรักษาระดับหนี้สูญไม่ให้สูงเพิ่มขึ้น  ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น  ต่างก็ส่งผลให้ยอดขายส่งสำหรับหนังสือที่ซีเอ็ดผลิตขึ้น รวมทั้งที่ซีเอ็ดรับจัดจำหน่ายให้กับสำนักพิมพ์อื่น  ไม่สามารถขายได้ตามที่ควรจะเป็น  ประกอบกับยอดขายส่วนต่างๆ ตกลงมากตามสภาวะเศรษฐกิจ   ปี พ.ศ.2541 จึงเป็นปีแรกที่ซีเอ็ด ประสบปัญหาการขาดทุนเป็นปีแรกนับจากซีเอ็ดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

         อย่างไรก็ตาม  การที่ได้ประสบกับปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง  ทำให้ ซีเอ็ด ได้เริ่มทบทวนโครงสร้างธุรกิจของ ซีเอ็ด เพื่อให้มีความเข้มแข็งระยะยาว  มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม  และได้ปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินอย่างจริงจัง  โดยได้เพิ่มทุนเพื่อรองรับกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนไว้ในระดับหนึ่งในปี พ.ศ. 2541  และกำหนดมาตรการทางการเงินที่รัดกุม  เพื่อให้ ซีเอ็ด สามารถชำระเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินได้หมด  และมีสภาพคล่องทางการเงินที่เพียงพอที่จะขยายงานได้โดยไม่ติดขัด  ดังนั้น  ภายในปี พ.ศ.2542 บริษัทฯ ก็สามารถพลิกฟื้นสภาพการทำกำไรขึ้นมาได้อีก  มีสภาพคล่องทางการเงินอยู่ในระดับที่น่าพอใจ  และขยายการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

         ซีเอ็ด ได้ย้ายสำนักงานทั้งหมดจาก ซอยตระกูลสุข  ถนนอโศก-ดินแดง  ซึ่งได้อยู่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 มาที่อาคารเนชั่นทาวเวอร์ เสร็จสิ้นในต้นปี พ.ศ. 2544  หลังจากที่ได้ย้ายสำนักงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ทั้งหมด มาล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ กลางปี พ.ศ. 2541  เพื่อให้มีพื้นที่ทำงานมากขึ้น  ให้มีความสะดวกในการประสานงาน  และให้รองรับการเติบโตของ ซีเอ็ด ได้อีกมาก

         ในปี พ.ศ.2549  ซีเอ็ด ยังมีแผนการขยายพื้นที่ของศูนย์กระจายสินค้า  และปรับปรุงระบบงานใหม่ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ซึ่งคาดว่าจะรองรับสาขาได้มากถึง 600 สาขา  และรองรับการให้บริการในรูปแบบต่างๆ ได้ดีขึ้นในอนาคต


รายได้รวมของ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)


           (F) -  หมายถึงประมาณการ





         

ธุรกิจหลักของซีเอ็ด

           ซีเอ็ดดำเนินธุรกิจการเผยแพร่ความรู้ โดยเน้นในด้านการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศบริษัทฯ  โดยประกอบธุรกิจหลัก 3 ส่วน  ดังนี้

1.
ธุรกิจสำนักพิมพ์  ปัจจุบัน  ซีเอ็ด เป็นผู้ผลิตหนังสือสู่ร้านหนังสือเป็นรายใหญ่ของประเทศ  โดยเป็นผู้บุกเบิก  และเป็นผู้นำตลาดในการผลิตหนังสือสาระความรู้ในหมวดต่าง ๆ ได้แก่ การบริหาร / การจัดการ การพัฒนาตนเอง จิตวิทยา วิศวกรรมศาสตร์สาขาต่าง ๆ หนังสือสาระความรู้สำหรับเยาวชน แม่และเด็ก ภาษาศาสตร์ และพจนานุกรม (อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) อาหารและสุขภาพ แผนที่ รวมทั้งการผลิตสินค้าที่เป็น Nonbook เช่น CD เพื่อพัฒนาศักยภาพในด้านต่าง ๆ
ปัจจุบัน ซีเอ็ด เป็นสำนักพิมพ์ที่มียอดขายเข้าสู่ระบบร้านหนังสือสูงสุด ในลำดับต้นๆ ของประเทศไทย

 นอกจากนั้น  ซีเอ็ดยังเป็นผู้ผลิตวารสารทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จำนวน 10 ฉบับ ได้แก่  วารสารเซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกสพลัส์, วารสารไมโครคอมพิวเตอร์, วารสาร UpDATE, วารสาร Hobby Electronics, วารสาร  M ICROCOMPUTER USER, วารสาร Industrial Technology Review , วารสาร Mechanical Technology, วารสาร The Absolute Sound & Stage  และวารสาร Extreme Technology ,วารสาร Add Magazine และวารสาร Industrial Sourcing  และเป็นผู้ดำเนินงานจัดงานประจำปี “Thailand Electronics & Industrial Technology”  ซึ่งเป็นงานประจำปีของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาโดยตลอด
   
2.
ธุรกิจรับจัดจำหน่ายหนังสือ  ซีเอ็ด เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือที่ ซีเอ็ด ได้ผลิตขึ้นเอง  และยังรับจัดจำหน่ายหนังสือให้กับสำนักพิมพ์ และองค์กรอื่น ที่มีผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับทิศทางของ ซีเอ็ด  โดยขายส่งให้ร้านหนังสือทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ทั่วประเทศประมาณ 800 ราย ซึ่งดำเนินการร้านหนังสือทั้งหมดประมาณ 1,600 ร้าน  ขายให้กับสถาบันการศึกษาโดยตรง  และยังจัดจำหน่ายผ่านทาง ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์  ซึ่งเป็นร้านหนังสือของ ซีเอ็ด เองด้วย
ปัจจุบัน  ซีเอ็ด เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือเข้าสู่ระบบร้านหนังสือ รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีหนังสือที่ผลิตขึ้นเองและยังจัดจำหน่ายอยู่ ประมาณมากกว่า 850 ชื่อและรับจัดจำหน่ายให้กับสำนักพิมพ์อื่นอีกประมาณมากกว่า 8,400 ชื่อ
   
 
3.
ธุรกิจร้านหนังสือ “ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์” (SE-ED Book Center หรือ SBC)  โดยเป็นผู้ดำเนินงานร้าน ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  รวมทั้งการขยายตัวในลักษณะเครือข่าย  และการบริหารพื้นที่ขายในศูนย์การค้าในรูปแบบต่างๆ  (มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 84 % ของรายได้ปี พ.ศ. 2550)
ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์  เป็นร้านหนังสือทั่วไปขนาดกลาง  ที่มีลักษณะการออกแบบ  และการจัดวางสินค้าทันสมัย  มีประสิทธิภาพการขายที่ดี  และเน้นการเปิดในทำเลที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนทั่วไปให้สามารถหาซื้อหนังสือที่ดีได้ง่ายขึ้น  ส่วนใหญ่จึงตั้งอยู่ในซูเปอร์เซ็นเตอร์ชั้นนำ (เช่น  เทสโก้โลตัส  บิ๊กซี  และคาร์ฟูร์  เป็นต้น) ศูนย์การค้าชั้นนำ (เช่น  เซ็นทรัล  เดอะมอลล์  โรบินสัน  ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต  ฟิวเจอร์ปาร์คบางแค  ศูนย์การค้าชั้นนำของต่างจังหวัด  เป็นต้น)  และสถาบันการศึกษา (เช่น  มหาวิทยาลัยรามคำแหง  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  มหาวิทยาลัยสยาม  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เป็นต้น) ในรูปแบบต่างๆ กัน  ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด
นอกจากนั้น  ยังได้เปิดร้านหนังสือในอีกชื่อหนึ่งว่า Book Variety (ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับรายการโทรทัศน์ที่ ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ผลิตขึ้น และออกอากาศทาง UBC 8 และต่อมาย้ายมาออกทาง TTV1 ) เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2545  ซึ่งถือว่าเป็นร้านอีกรูปแบบหนึ่งของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ด้วย

จนถึงสิ้นปีพ.ศ. 2550  ซีเอ็ด เปิด ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และร้านเครือข่ายทั้งหมด (Book Variety,  ศูนย์หนังสือในมหาวิทยาลัย ร้านเครือข่ายซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และร้านเครือข่ายซีเอ็ด) ได้รวมทั้งสิ้น 278 สาขา  โดยเป็นสาขาที่ยังเปิดดำเนินการอยู่จำนวน 268 สาขา  อยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล  117 สาขา  และอยู่ในต่างจังหวัดอีก 151 สาขา  ในจำนวนนี้ทั้งหมดเป็นร้านที่  ซีเอ็ด บริหารเองทั้งสิ้น 260 สาขา  เป็น ร้านเครือข่ายซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ (ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับความช่วยเหลือเต็มรูปแบบ  โดยซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้)  จำนวน 4 สาขา  และเป็น ร้านเครือข่ายซีเอ็ด (เป็นร้านที่ได้รับความช่วยเหลือไม่เต็มรูปแบบ  ร้านสั่งสินค้าเอง)  จำนวน 4 สาขา และยังเข้าไปบริหารพื้นที่ขายหนังสือและวารสารในซูเปอร์เซ็นเตอร์  ในศูนย์การค้า  ใน Tesco Lotus Express  ในรูปแบบต่างๆ กันอีกประมาณ ร้อยจุดบริการ


ปัจจุบัน  ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ นับเป็นร้านหนังสือ ที่มียอดขายมากที่สุดในประเทศไทย
 

ข้อมูลจำนวนสาขาของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ณ วันสิ้นปี  
     

    ณ สิ้นปี 2550  มีสาขาในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล ที่ยังดำเนินการอยู่  117 สาขา และในต่างจังหวัด 151 สาขา
    จำนวนที่แสดงนี้ไม่รวมสาขาขนาดเล็กมาก และจุดขายย่อย

 
 


    
กิจกรรมอื่นๆ  ซีเอ็ด ยังมีกิจกรรมเพิ่มเติม ดังนี้ 

  • จัดงานประจำปี Thailand Electronics & Industrial Technology  เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ
  • จัดค่ายกิจกรรมเยาวชน SE-ED Kiddy Camp สำหรับเยาวชนอายุ 8 -14 ปี  โดยจัดในช่วงปิดเทอมการศึกษา
  • จัดรายการโทรทัศน์ Book Variety  ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับหนังสือ  ออกอากาศทาง TTV1 Nation Channel ทุกวันเสาร์ 
    เวลา 9.00 - 9.30 น.    

การลงทุนในบริษัทอื่น

ซีเอ็ด มีการลงทุนในบริษัทอื่นด้วย  ดังนี้

1. ลงทุนใน บริษัท เอ็ม แอนด์ อี จำกัด  ในสัดส่วน 25% จากเงินทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 400,000 บาท  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527  เพื่อประกอบธุรกิจสำนักพิมพ์ โดยผลิตวารสาร เทคนิค และผลิตหนังสือวิชาชีพด้านวิศวกรรมศาสตร์

2. ลงทุนใน บริษัท เพลินพัฒน์ จำกัด  ในสัดส่วนประมาณ 49% จากเงินทุนจดทะเบียน 170 ล้านบาท  เพื่อประกอบกิจการโรงเรียน เพลินพัฒนา  ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑล สาย 2  เปิดสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับตั้งแต่ เตรียมอนุบาล จนถึงมัธยมปีที่ 6  โดยเริ่มเปิดรับนักเรียนในปีการศึกษา 2547 เป็นต้นไป   เป็นการรวมตัวของพันธมิตรที่รักงานการศึกษา กว่า 70 คน จากกลุ่มต่างๆ ได้แก่ พ่อแม่  ผู้ปกครอง ครู นักวิชาการ  ผู้บริหารโรงเรียน  ร่วมกับองค์กรเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในสถาบันครอบครัว และการศึกษา เช่น บริษัท รักลูกแฟมิลี่ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท แปลนพับลิชชิ่ง จำกัด) ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 8.75%  และซีเอ็ด เพื่อร่วมพัฒนาให้เป็นโรงเรียนตัวอย่างแนวใหม่ ที่สามารถพัฒนาเยาวชนไทยให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต



จำนวนพนักงาน ณ วันสิ้นปี


 
ที่ติดต่อ :    · บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) 
   เลขที่ 1858/87-90  อาคารเนชั่นทาวเวอร์  ชั้น 19  ถนนบางนา-ตราด  กม.4.5  แขวงบางนา  เขตบางนา  กรุงเทพฯ 10260 
   โทร. 0-2739-8000  โทรสาร  0-2751-5999
  · แผนกการตลาด  สายงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์
    
โทร. 0-2739-5555  ติดต่อคุณศรีนวล  หรือ srinuan@se-ed.com
  · แผนกจัดจำหน่าย  สายงานขายและจัดจำหน่าย 
   
 โทร. 0-2739-8222  ติดต่อคุณดวงใจ  หรือ daungjai@se-ed.com


 

ตัวอย่างรายชื่อ สำนักพิมพ์ / องค์กร
ที่มอบหมายให้ “ซีเอ็ด” เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือ

 

      ปัจจุบัน ซีเอ็ด เป็นผู้จัดจำหน่ายให้กับสำนักพิมพ์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 370+ ราย  และองค์กร / สถาบัน รวมอีกประมาณ 15 ราย

 

ตัวอย่างรายชื่อสำนักพิมพ์

       
1. บริษัท เนชั่นบุ๊คส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 
(ในเครือเนชั่นกรุ๊ป ผู้ผลิต นสพ.กรุงเทพธุรกิจ  คม-ชัด-ลึก)
17. คณะบุคคลพีดีเอแม็กซ์ (ผู้ผลิตหนังสือแนวเทคโนโลยีมือถือ)
2. บริษัท เอ็มไอเอส ซอฟท์เทค จำกัด 18. บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด (ผู้ผลิตเว๊บไซด์ www.tarad.com , www.thaiseconhand.com)
3. บริษัท เวิร์คพอยท์ พับลิชชิ่ง จำกัด
(ผู้ผลิตรายการ เกมทศกัณฑ์ และ แฟนพันธุ์แท้) 
19. บริษัท กันตนา พับลิชชิ่ง จำกัด
4. บริษัท บลิส พับลิชชิ่ง จำกัด
(ผู้ผลิตหนังสือ JBook ในเครือ GMM แกรมมี่) 
20. บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ผู้ผลิต นสพ.ผู้จัดการ)
5. สำนักพิมพ์ บี พลัส พับลิชชิ่ง (ผู้ผลิตหนังสือ สุดยอดธรรมะฉบับพินัยกรรม) 21. บริษัท แบร์ พับลิชชิ่ง จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือ จักรวาลในเปลือกนัท,หนังสือ Sudoku)
6. สำนักพิมพ์สีม่วงอ่อน 22. บริษัท เอ็กซเปอร์เน็ท จำกัด 
7. บริษัท อัจฉริยะสร้างได้ จำกัด (ผู้ผลิตหนังสืออัจฉริยะสร้างได้) 23. บริษัท บิ๊กส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (คุณแอนดรูว์ บิ๊กส์) 
8. บริษัท รักลูกแฟมิลี่ กรุ๊ป จำกัด
(เดิมชื่อ บริษัท แปลนพับลิชชิ่ง จำกัด) 
24. บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด (ผู้ผลิตรายการ คนค้นคน)
9. ห้างหุ้นส่วนจำกัด อาศรมสารนาถ (ผู้ผลิตหนังสือ เข็มทิศชีวิต,เข็มทิศหัวใจ) 25. บริษัท แปลน สารา จำกัด
(ผู้ผลิตหนังสือ Mom at work) 
10. บริษัท เอ็ดดูเคชั่น ไมน์ด ไลน์ มัลติมีเดีย จำกัด 26. บริษัท แบล็ค แคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด 
11. บริษัท โปรวิชั่น จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือคอมพิวเตอร์ชั้นนำ)  27. บริษัท เอฟ พี เอ็ม คอนซัลแท้นท์ จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือแนวบริหาร)
12. บริษัท ซัคเซส มีเดีย จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือคอมพิวเตอร์ชั้นนำ) 28. บริษัท สำนักพิมพ์วงกลม จำกัด
(ผู้ผลิตหนังสือ หัวหมอจ้อข่าว) 
13. บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด (ผู้ผลิต นิตยสาร a day)  29. ห้างหุ้นส่วนสามัญธัชกนิษฐ์
(ผู้ผลิตหนังสือนิทานวรรณคดีตามใจแม่ เช่น รามเกียรติ์ สามก๊ก) 
14. บริษััท แมคกรอ-ฮิล อินเตอร์เนชั่นแนลเอ็นเตอร์ไพรส์อิงค์ (สำนักพิมพ์ชั้นนำรายใหญ่ของโลก) 30 บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล วินเทจ จำกัด
(ผู้ผลิตนิตยสารกูเม่ ในเครือนิตยสารการเงินธนาคาร) 
15. บริษัท เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า จำกัด (สำนักพิมพ์ชั้นนำรายใหญ่ของโลก 31 บริษัท พี.วาทิน พับลิเคชั่น จำกัด
16. บริษัท รีดเดอร์สไดเจสท์ (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักพิมพ์ชั้นนำรายใหญ่ของโลก   ฯลฯ
 
 
ตัวอย่างรายชื่อ องค์กร / สถาบัน / หน่วยงาน  
   
1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 7. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
2. สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)  8. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 
3. สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ  9. สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก และสถาบันการ์ตูนไทย 
4. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  10. ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ 
5. วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ  ฯลฯ 
6. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย   
 
 
SE-ED Learning Center
 
ด้วยซีเอ็ดตั้งใจจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเด็กไทยให้เก่งขึ้น จึงสานต่อโครงการค่ายเยาวชน ซึ่งซีเอ็ดบุกเบิกมาเมื่อยี่สิบปีก่อน (ค่ายคอมพิวเตอร์ และค่ายธรรมชาติ) โดยเริ่มตั้งโครงการ SE-ED Kiddy Camp ขึ้นใหม่ ในปี 2545 เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปิดเทอม  ปัจจุบัน มีหลายค่ายให้เลือก ทั้งแบบไปค่ายต่างจังหวัด และแบบเช้าไปเย็นกลับ เพื่อกระตุ้นเยาวชนให้สนุกกับการเรียนรู้ ขณะเดียวกันก็ได้ศึกษาพฤติกรรมของเด็กในการเรียนรู้ ก่อนที่จะขยายความคิดและผนึกกับแนวทางอื่นๆ ที่เสริมกันเพื่อสร้างเด็กไทย ให้เก่งขึ้นในปริมาณ ที่มากขึ้น

เยาวชนที่เข้าค่าย จะมีความกล้าในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์อิเล็กทรอนิกส์ การทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ความรู้พื้นฐานในการดำรงชีวิต ศีลธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิตรภาพ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมสนุกในกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย เช่น นักสำรวจน้อย เข้าฐานกิจกรรม เล่นเกมส์ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ฯลฯ  
 

ในปี 2549 ซีเอ็ดได้ก่อตั้งแผนก SE-ED Learning Center ขึ้นมา เพื่อบริหารกิจกรรมเยาวชนทั้งหมดอย่างเอาจริงเอาจัง และเพื่อรองรับการขยายงานในอนาคตที่จะมากขึ้น โดยจะเปิดศูนย์การเรียนรู้ SE-ED Learning Center บนพื้นที่ประมาณ 600 ตารางเมตร ที่อาคาร จตุรัสจามจุรี (Charmchuri Square) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากกลางปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป เพื่อให้การบริการครอบคลุมถึงการฝึกอบรมทางด้านวิชาชีพ และกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของคนไทยในด้านต่าง ๆ แก่ผู้สนใจทั่วไป

 
 

ท่านที่มีความคิดเห็นหรือต้องการติชมเว็บไซต์ของเราเชิญเขียนมาที่ ir@se-ed.com หรือ คลิกที่นี่ เพื่อติดต่อหน่วยงานอื่น ๆ ในซีเอ็ด
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2542-2549 โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)