|
ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ซีเอ็ด”
|
ฉบับปรับปรุงล่าสุด 31 มีนาคม 2552
· วัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง ซีเอ็ด โดยกลุ่มวิศวกร เมื่อ 34 ปีก่อน คือ “จะดำเนินธุรกิจการเผยแพร่ความรู้โดยเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยจะเน้นด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการศึกษา ”
· เป็นผู้บุกเบิกการผลิตหนังสือ และวารสาร เชิงวิชาการ จนประสบผลสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับในธุรกิจสิ่งพิมพ์ของประเทศไทย
· เป็นบริษัทสิ่งพิมพ์ ที่ครองความเป็นแนวหน้า ในทั้ง 3 ด้านของธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศ คือ
o เป็นสำนักพิมพ์ที่มียอดขายเข้าระบบร้านหนังสืออยู่ในลำดับต้นของประเทศ โดยเน้นด้านคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การจัดการ ธุรกิจ หนังสือส่งเสริมเยาวชน หนังสือสาระความรู้ทั่วไป และหนังสืออ้างอิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพจนานุกรม และแผนที่ o เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือเข้าสู่ระบบร้านหนังสือรายใหญ่ที่สุด และมีระบบการจัดจำหน่าย ที่ถือได้ว่าดีที่สุดระบบหนึ่งในธุรกิจหนังสือของประเทศ โดยเป็นผู้พัฒนาระบบการจัดจำหน่ายที่เรียกว่า Standing Order สำหรับประเทศไทย ขึ้นมา
o เป็นร้านหนังสือเครือข่ายที่มีจำนวนสาขา และมียอดขายสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2542 และยังได้รับรางวัล “ร้านหนังสือเครือข่าย ยอดเยี่ยมประจำปี 2545 และ 2546” และรางวัล “ร้านหนังสือยอดเยี่ยมประจำทศวรรษ (ปี 2547)” จากชมรมส่งเสริมการจัดจำหน่ายหนังสือ (ชมรมสายส่งหนังสือ) ในสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย
· ในปี 2549 มีรายได้รวมเป็นอันดับที่ 568 ของบริษัททั้งหมดในประเทศไทย (และมีกำไรสุทธิเป็นอันดับที่ 463) ถือเป็นอันดับที่ 2 ของธุรกิจสิ่งพิมพ์ของประเทศไทย ขณะที่มีธุรกิจสิ่งพิมพ์ติดอันดับเพียง 4 รายเท่านั้น จาก 1,000 บริษัทแรกที่มีรายได้รวมสูงสุด (ข้อมูลจากหนังสือ Top 1000 Thai Companies ประจำปี 2549 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดของประเทศ จากฐานข้อมูลงบการเงินประจำปี 2549 ของกระทรวงพาณิชย์ เผยแพร่ในเดือนธันวาคม 2550 โดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ) โดยอันดับดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2546 ซึ่งได้รายได้รวมเป็นอันดับที่ 662
·ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Forbes ฉบับ Global ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นนิตยสารธุรกิจชั้นนำของโลก ให้อยู่ในรายชื่อ 200 บริษัทยอดเยี่ยมนอกสหรัฐอเมริกา ที่มียอดขายน้อยกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (200 Companies for 2002 : Best Under a Billion) โดยคัดเลือกจากบริษัทชั้นนำ 20,000 รายทั่วโลก
· เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจต่อไปนี้
o มีอัตราเติบโตเฉลี่ยของรายได้รวม สูงสุด ในกลุ่มการพิมพ์และสิ่งพิมพ์ โดยเติบโตเป็นประมาณ 38.4 เท่าภายในระยะเวลา 17 ปี หรือเติบโตเฉลี่ย 23.9% ต่อปี นับแต่ปีแรกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์จนถึงสิ้นปี 2550
o ได้รับการประกาศผลรายงานการประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประจำปี 2551 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2008) ว่าอยู่ในระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) จากจำนวนบริษัทจดทะเบียน 448 บริษัทที่ได้รับการประเมินครั้งนี้ มีบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ทั้งสิ้น 22 บริษัท โดยซีเอ็ดเป็น 1 ใน 6 บริษัทที่ได้รับรางวัลที่มีขนาด Medium Cap และ Small Cap นอกจากนั้น จะเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม SET100 ซึ่งทั้งหมดเป็นกิจการขนาด Large Cap และเกือบทั้งหมดเป็นบริษัทในกลุ่มพลังงาน และสถาบันการเงิน
o ได้รับรางวัล Best Shareholder Treatment Awards 2008 (รางวัลบริษัทจดทะเบียนยอดเยี่ยมในการดูแลผู้ถือหุ้น) จากการจัดประกวดโดย บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยความร่วมมือจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และชมรมนักลงทุนสัมพันธ์ มีบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับรางวัลนี้ทั้งหมด 6 บริษัท โดยซีเอ็ดเป็นบริษัทนอก SET100 เพียงบริษัทเดียวที่ได้รับรางวัล นอกนั้นอีก 4 บริษัทเป็นบริษัทในกลุ่ม SET50 และอีก 1 บริษัทอยู่ในกลุ่ม SET100 (ที่ไม่อยู่ในกลุ่ม SET50)
คุณทนง โชติสรยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กับรางวัล Best Shareholder Treatment Awards และใบประกาศเกียรติคุณว่า ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เข้าชิงรางวัลรอบสุดท้าย (Finalist) สำหรับรางวัล IR Excellence Awards และ CSR Awards
o ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เข้าชิงรอบสุดท้าย (Finalist) 1 ใน 3 บริษัทของกลุ่ม SET (ที่เหลือจาก SET 100) เพื่อเข้าชิงรางวัล IR Excellence Awards 2008 (รางวัลบริษัทจดทะเบียนดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการให้รางวัล SET Awards 2008 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร
o ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เข้าชิงรอบสุดท้าย (Finalist) 1 ใน 10 บริษัท เพื่อเข้าชิงรางวัล Corporate Social Responsibilities Awards 2008 (รางวัลบริษัทจดทะเบียนดีเด่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการให้รางวัล SET Awards 2008 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร โดยซีเอ็ดเป็นบริษัทนอก SET100 เพียงรายเดียวใน 10 บริษัทที่ได้รับรับคัดเลือกให้เป็นผู้เข้าชิงรางวัลรอบสุดท้าย (Finalist) ส่วนอีก 9 บริษัทที่เหลือ เป็นบริษัทในกลุ่ม SET50 จำนวน 8 บริษัท และอยู่ในกลุ่ม SET100 (ที่ไม่อยู่ในกลุ่ม SET50) จำนวน 1 บริษัท ซึ่งทั้งหมดเป็นบริษัทที่มีกิจการขนาด Large Cap ทั้งสิ้น
o ได้รับประกาศเกียรติคุณรางวัล "คณะกรรมการดีเด่นแห่งปี" หรือ "Board of The Year for Distinctive Practices" ประจำปี 2549/2550 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Director หรือ IOD) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โดยคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ได้รับประกาศเกียรติคุณคณะกรรมการดีเด่น และ ดีเลิศ สำหรับปี 2549/2550 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 19 คณะ (ดีเด่น 14 คณะ ดีเลิศ 5 คณะ) จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดกว่า 400 บริษัท โดย ซีเอ็ด เป็น 1 ใน 2 บริษัท ที่ได้รับรางวัลที่ไม่เป็น Large Cap นอกนั้นเป็นบริษัทที่เป็น Large Cap ทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มพลังงาน และธนาคาร นอกจากนั้น ซีเอ็ดยังเป็น 1 ใน 6 บริษัทที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม SET100 ที่ได้รับรางวัลนี้
o ได้รับการประเมินจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ร่วมกับ สมาคมบริษัทจดทะเบียน และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ในเรื่องการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ (AGM) ประจำปี 2551 และ 2550 ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" โดยเป็นบริษัทที่ได้คะแนนตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป (คะแนนเต็มปกติ คือ 100 แต่มีโอกาสได้โบนัพิเศษอีกไม่เกิน 10 คะแนนสูงสุดรวมโบนัสจึงเป็น 110) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี จาก กลต. การประเมินการจัดการประชุมผู้ถือหุ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนได้ตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นและหลักบรรษัทภิบาลที่ดี
ในปี 2551 ได้คะแนน 107.50 เป็น 1 ใน 74 บริษัทที่ได้รับการยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี จาก กลต. จากบริษัทที่ได้รับการประเมินทั้งหมด 486 บริษัท
ในปี 2550 ได้คะแนน 103.75 เป็น 1 ใน 19 บริษัทที่ได้รับการยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี จาก กลต. จากบริษัทที่ได้รับการประเมินทั้งหมด 460 บริษัท
o ได้รับการประเมินความพึงพอใจ "ดีเยี่ยมที่สุด" ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ในการชี้แจงต่นักลงทุน และนักวิเคราะห์ ในงาน "บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน" (Opportunity Day) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับ Q4/2549 และ Q4/2548 โดยได้รับการประเมินสูงที่สุดในทั้ง 3 ด้าน คือ ประโยชน์ของข้อมูลที่ได้รับ การนำเสนอข้อมูล และความเหมาะสมของเวลาในการนำเสนอ เมื่อเทียบกับบริษัทจดทะเบียน 48 ราย และ 68 รายตามลำดับ ที่เข้าร่วมชี้แจงในคราวเดียวกัน
o ได้รับการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ให้เป็นบริษัทที่มีบรรษัทภิบาล ของปี 2549 ในเกณฑ์ “ดีมาก” โดยเป็นบริษัทสิ่งพิมพ์แห่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับคะแนนรวม บรรษัทภิบาล ในระดับ ดีมาก-ดีเลิศ และเป็นหนึ่งใน 71 บริษัท ที่ได้รับการประเมินว่ามีบรรษัทภิบาลของปี 2549 อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก - ดีเลิศ จากบริษัทที่ไดัรับการประเมินทั้งหมด 402 บริษัท
o ได้รับการประเมินจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียน และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ในเรื่องการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ (AGM) ประจำปี 2549 ซึ่งเป็นการประเมินปีแรก เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนได้ตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นและหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ให้อยู่ในเกณฑ์ “ดี” โดยได้คะแนน 81.24% ในส่วนของการจัดการประชุม ได้รับคะแนนถึง 95.87% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ “ดีเยี่ยม” โดยการประชุมเป็นตามหลักบรรษัทภิบาล โปร่งใส และยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามได้เต็มที่จนหมดคำถาม
o ได้รับการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ให้เป็นบริษัทที่มีบรรษัทภิบาล ของปี 2549 ในเกณฑ์ “ดีมาก” โดยเป็นบริษัทสิ่งพิมพ์แห่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับคะแนนรวม บรรษัทภิบาล ในระดับ ดีมาก-ดีเลิศ และเป็นหนึ่งใน 71 บริษัท ที่ได้รับการประเมินว่ามีบรรษัท ภิบาลของปี 2549 อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก - ดีเลิศ จากบริษัทที่ไดัรับการประเมินทั้งหมด 402 บริษัท o ได้รับการประเมินจาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ให้ติดอันดับในกลุ่มบริษัทที่ได้รับผลการประเมินบรรษัทภิบาลดีที่สุด 85 อันดับแรก (Top Quartile Companies) ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย ประจำปีพ.ศ. 2546
o ได้รับการประเมินจาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ให้เป็น หนึ่งใน 20 ลำดับแรก ที่มีการกำกับดูแลกิจการดีที่สุดสำหรับปี 2545 จากการสำรวจทั้งหมด 234 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์
o ได้รับรางวัล Disclosure Award 2002 และ Disclosure Report Award 2003 จาก คณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ในฐานะ “บริษัทจดทะเบียน ที่สมควรได้รับการชมเชยเป็นพิเศษ ในการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุน” ซึ่ง กลต.จัดรางวัลนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมการมีระบบบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) ขึ้นในประเทศไทย
o ปัจจุบัน หุ้น SE-ED ได้รับการยอมรับให้เป็น Value Stock ตัวหนึ่ง ในตลาดหลักทรัพย์ของไทย
· เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ Book Variety ซึ่งออกอากาศทาง TTV 1 Nation Channel ทุกวัน เสาร์ เวลา 9.00–9.30 น. โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกในเดือนมกราคม 2544
· เป็นผู้จัดงาน Thailand Electronics & Industrial Technology ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาโดยตลอด
· เป็นเจ้าของเว็บไซต์ www.se-ed.com ซึ่งเป็นเวบไซต์ที่มีผู้เข้ามาใช้บริการมากในลำดับต้น ของหมวดธุรกิจหนังสือ
ข้อมูลเบื้องต้น
การก่อตั้ง
ก่อตั้ง พ.ศ. 2517 โดยกลุ่มวิศวกรไฟฟ้า ที่เคยทำกิจกรรมวิชาการร่วมกันใน ชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะเป็นนิสิต ได้รับอนุญาตให้เป็นบริษัททะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปลายปี พ.ศ. 2534
ที่มาของชื่อบริษัท
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า SE-EDUCATION Public Company Limited โดยคำว่า SE-EDUCATION เป็นคำย่อมาจากคำเต็มว่า Science, Engineering and Education ซึ่งเป็นการเน้นวัตถุประสงค์การก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อ 30 ปีก่อนว่า จะดำเนินธุรกิจการเผยแพร่ความรู้ โดยเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยจะเน้นด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการศึกษา ปัจจุบันชื่อเรียกสั้นๆ ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายคือ ซีเอ็ด (SE-ED)
วัตถุประสงค์การก่อตั้ง / ภารกิจ / ธุรกิจ / วิสัยทัศน์
• วัตถุประสงค์การก่อตั้ง: ซีเอ็ด จะดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหาความรู้ ในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ
• ภารกิจ: ซีเอ็ด จะดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหาความรู้ ในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ (จะดำเนินธุรกิจที่จะทำให้ “คนไทยเก่งขึ้น”) โดยพัฒนาขึ้นเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน มีการเติบโตต่อเนื่องที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เป็นบริษัทตัวอย่างที่ดี สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์และเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง พนักงานมีความสุข และสามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าพึงพอใจในระยะยาว
• ธุรกิจของซีเอ็ด: Knowledge Provider
• วิสัยทัศน์: ซีเอ็ด จะเป็นผู้นำในการทำให้คนไทยหาความรู้ ได้ง่ายขึ้น และสะดวกขึ้น
โลโก้ และสีของบริษัท
เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อตั้งเป็นวิศวกรไฟฟ้า โลโก้ (เครื่องหมาย) ของซีเอ็ด จึงเป็นรูปคลื่นทางไฟฟ้าที่สะท้อนถึงวิทยาการที่ทันสมัย และมีความต่อเนื่องของการดำเนินงานอย่างสวยงามไม่สิ้นสุด โลโก้นี้เป็นรูปที่เห็นจากจอภาพของ ออสซิลโลสโคป (เครื่องดูรูปคลื่นไฟฟ้า) เมื่อนำคลื่นทางไฟฟ้า 2 ความถี่มาป้อนเข้าทางแกนนอนและแกนตั้งของเครื่องออสซิลโลสโคป โดยคลื่นหนึ่งมีความถี่หนึ่งเป็น 1.5 เท่าของอีกความถี่หนึ่ง วงกลมล้อมรอบคือขอบของจอภาพ
สีหลักของโลโก้ของซีเอ็ด คือ พื้นสีแดง เส้นรูปคลื่นเป็นสีขาว ตัวอักษรชื่อซีเอ็ด เป็นสีน้ำเงินอมม่วง หรือสีดำ โดยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามลักษณะของสีพื้นภายนอก ดังนั้น สีหลักที่ใช้ในการออกแบบตกแต่งต่างๆ จะประกอบด้วยสีแดง ขาว และน้ำเงินอมม่วง เป็นหลัก
ทุนจดทะเบียน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ทุนจดทะเบียนเป็น 328,345,090 บาท เรียกชำระแล้ว 323,921,130 บาท
ประวัติความเป็นมา
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) (SE-EDUCATION Public Company Limited) ได้จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่10 ตุลาคม พ.ศ. 2517 ด้วยทุนจดทะเบียน 99,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหาความรู้ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยกลุ่มผู้เริ่มก่อตั้งทั้งหมดประกอบด้วย วิศวกรไฟฟ้า 10 คน ที่จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่างก็เคยมีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ จากชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในขณะที่เป็นนิสิตมาแล้ว และตระหนักดีว่าประเทศไทยยังขาดแคลนการพัฒนาสื่อความรู้เชิง วิชาการอยู่มาก บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เป็น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในภาคอุตสาหกรรมบริการ กลุ่มธุรกิจหลัก สื่อประชาสัมพันธ์ หมวดธุรกิจย่อย สิ่งพิมพ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2536 ปัจจุบัน บริษัทฯ มีชื่อเรียกสั้นๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย คือ ซีเอ็ด (SE-ED) ซึ่งย่อมาจากคำเต็มว่า Science, Engineering and Education
ในระยะเริ่มแรก ซีเอ็ด ผลิตวารสารรายเดือน “เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์” และเป็นผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากต่างประเทศ
ในปี พ.ศ. 2521 เริ่มผลิตวารสารรายเดือน “ทักษะฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ซึ่งเป็นวารสารทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเยาวชนและผู้สนใจทั่วไป
ในปี พ.ศ. 2522 เริ่มผลิตวารสารรายเดือน “มิติที่ 4” เพื่อเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ และกระตุ้นผู้ที่ไม่ชอบวิทยาศาสตร์หนักๆ ให้หันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น
ในปี พ.ศ. 2523 เริ่มผลิตหนังสือวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ออกจำหน่าย ต่อมาได้ขยายสายงานผลิตออกมาเป็น
ฝ่ายผลิตตำราและหนังสือเชิงวิชาการ
ในปี พ.ศ. 2526 ผลิตวารสารรายเดือน ไมโครคอมพิวเตอร์ และเริ่มผลิตหนังสือด้านไมโครคอมพิวเตอร์ออกจำหน่าย พร้อมๆ กันนี้ หมวดหนังสือบริหาร / การจัดการ ของบริษัทฯ ก็เริ่มต้น อย่างจริงจัง โดยเน้นหนังสือที่สามารถช่วยคนทำงานให้ทำงานได้ดีขึ้น มากกว่าจะเน้นหนังสือที่คาดว่าจะขายดีเป็นพักๆ เท่านั้น
ในปี พ.ศ.2528 ซีเอ็ดเริ่มใช้ระบบการจัดจำหน่ายหนังสือแบบ Standing Order ที่ดัดแปลงขึ้นให้เหมาะสมกับธุรกิจหนังสือของไทย และได้รวมวารสาร ทักษะฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวารสาร มิติที่ 4 เข้าด้วยกัน และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวารสาร รู้รอบตัว ซึ่งต่อมาก็ได้เปลี่ยนรูปเล่ม และเนื้อหาให้ทันสมัยเพิ่มขึ้น และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น UpDATE ขณะเดียวกันก็ได้ขยายสายงานผลิตหนังสือส่งเสริมเยาวชนขึ้นมาอย่างจริงจัง เพื่อบุกเบิกหนังสือสาระความรู้สำหรับเยาวชน ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2529 "วิทยาศาสตร์อ่านสนุก” การ์ตูนชุดเสริมความรู้ชุดแรก ก็ได้ออกวางตลาดและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
วารสารเชิงวิชาการของซีเอ็ด จะเน้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ วิทยาศาสตร์ และวงการอุตสาหกรรม
ซีเอ็ดบุกเบิกธุรกิจวารสาร และหนังสือเชิงวิชาการ อย่างต่อเนื่องมาเป็นลำดับ จนกลายเป็นสำนักพิมพ์สาระความรู้ชั้นนำ และมีระบบจัดจำหน่ายที่เป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดในธุรกิจหนังสือและได้เริ่มบทบาทการเป็นผู้รับจัดจำหน่ายหนังสือให้กับสำนักพิมพ์อื่นที่ผลิตหนังสือประเภทใกล้เคียงกันด้วย
แม้ว่า ซีเอ็ด จะมียอดขาย และมีการเติบโตอย่างน่าพอใจ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหนังสือโดยเฉลี่ย โดยเป็นสำนักพิมพ์ที่มียอดขายสูงสุดในระบบร้านหนังสือ และเป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือรายใหญ่ที่สุด แต่ก็พบว่ามีข้อจำกัดที่จำนวนร้านหนังสือที่ดีมีน้อยเกินไป ทำให้หนังสือที่ ซีเอ็ด ผลิตขึ้นไม่สามารถถูกกระจาย และถูกจัดวางอย่างเหมาะสม ยอดขายที่ได้สำหรับหนังสือแต่ละเรื่อง จึงไม่สามารถทำได้มากขึ้นกว่าเดิมนัก
เมื่อทำการสำรวจต่อมา พบว่าร้านหนังสือเดิมไม่พร้อมจะขยายงาน และไม่พร้อมจะปรับปรุงได้มากกว่าเดิมเท่าไรนัก ขณะที่ระยะเวลาดังกล่าว ศูนย์การค้ายุคใหม่ กำลังจะเริ่มทะยอยเปิดอย่างต่อเนื่อง ซีเอ็ดเชื่อมั่นว่าศูนย์การค้าเหล่านั้น น่าจะเป็นแม่เหล็กที่ทำให้เกิดชุมชนขนาดใหญ่ และน่าจะทำให้พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนแปลงวิถีสัญจรไป ดังนั้น การที่จะทำให้คนไทยหาหนังสืออ่านได้ง่ายขึ้น ก็ควรจะต้องมีร้านหนังสือที่ดีในศูนย์การค้าเหล่านั้น แต่เนื่องจากการลงทุนต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก และเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครเคยบุกเบิกอย่างจริงจังมาก่อน ซีเอ็ดจึงตัดสินใจที่จะเริ่มธุรกิจร้านหนังสือในศูนย์การค้าชั้นนำ พื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับร้านหนังสือเดิม ที่ส่วนมากอยู่ตามตึกแถว
ดังนั้น ในไตรมาสที่ 3 พ.ศ. 2533 ซีเอ็ด จึงยื่นเรื่องเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเริ่มโครงการร้านหนังสือ “ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์” ขึ้น เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสหาซื้อหนังสือดีๆ ได้สะดวกขึ้น และเป็นการรองรับการเติบโตของตลาดหนังสือทั้งหมด โดยมีทิศทางเน้นการเปิดในศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ จะจำหน่ายหนังสือที่ ซีเอ็ด ผลิตขึ้นเอง และหนังสือของสำนักพิมพ์อื่นด้วย เพื่อให้มีความสมบูรณ์ในฐานะร้านหนังสือทั่วไป ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เปิดดำเนินการสาขาแรก ในปลายปี พ.ศ. 2534 ที่ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ โดยเน้นการเป็น ศูนย์หนังสือสาระและบันเทิง สำหรับครอบครัว และคนทำงาน
ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เริ่มเปิดในซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 3 พ.ศ. 2539 ที่โลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาพัทยา เพราะเห็นว่าซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นทิศทางใหม่ของธุรกิจค้าปลีกที่จะเพิ่มความสำคัญมากขึ้นในอนาคต และจะเป็นทำเลที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจร้านหนังสือในอนาคตระยะยาว หลังจากที่ได้ปรับรูปแบบของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ให้เป็นโฉมใหม่ ที่เน้นการใช้สีที่สดใส ให้ดูทันสมัยขึ้น เน้นการออกแบบชั้นหนังสือที่สามารถผลิตได้ง่ายขึ้น และมีต้นทุนต่ำลง เพื่อความรวดเร็วในการเปิดสาขาใหม่ และเน้นการพัฒนา ศูนย์กระจายหนังสือ (Book Distribution Center) ให้มีขีดความสามารถที่จะรองรับปริมาณงานได้ขึ้น ตลอดจนได้พัฒนาโมเดลของการอยู่รอด และการเติบโต ที่ได้พัฒนาและทดลองใช้มาจนเหมาะสมแล้ว จึงทำให้ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ มีความพร้อมในการเติบโตอย่างแข็งแรง และสามารถเปิดสาขาใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุน และค่าใช้จ่ายดำเนินการที่ต่ำลง และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูงขึ้น
นอกจากนั้น ยังพัฒนาความสัมพันธ์กับศูนย์การค้า และซูเปอร์เซ็นเตอร์ รายใหญ่ทุกราย และได้รับความไว้วางใจในฐานะ พันธมิตรธุรกิจที่สำคัญ ของแต่ละแห่ง ทำให้มีโอกาสพัฒนารูปแบบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน ถือได้ว่า ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เป็นเชนร้านหนังสือที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และเติบโตอย่างรวดเร็ว และมียอดขายมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นแกนหลักของการเติบโตของซีเอ็ด ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา
ผลการดำเนินงานของ ซีเอ็ด เป็นที่น่าพอใจมาโดยตลอด แต่เมื่อประเทศไทยประสบกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างรุนแรงจนเข้าขั้นวิกฤตหลังจากกลางปี 2540 เป็นต้นมา จนก่อให้เกิดสภาพการปิดตัวของธุรกิจและการว่างงานเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก กำลังซื้อโดยรวมลดลง ธุรกิจหนังสือโดยรวมก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วยเช่นกัน คู่ค้ารายใหญ่ของ ซีเอ็ด หลายรายที่เป็นร้านหนังสือประสบปัญหาขาดทุนและสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก ส่งผลทำให้ ซีเอ็ด ต้องสำรองเป็นหนี้สูญจำนวนมาก การที่กำลังซื้อของประชาชนโดยรวมลดลง ร้านหนังสือชะลอการสั่งซื้อ และ ซีเอ็ด ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพื่อรักษาระดับหนี้สูญไม่ให้สูงเพิ่มขึ้น ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ต่างก็ส่งผลให้ยอดขายส่งสำหรับหนังสือที่ผลิตขึ้น และที่ ซีเอ็ด รับจัดจำหน่ายให้กับสำนักพิมพ์อื่น ไม่สามารถขายได้ตามที่ควรจะเป็น ประกอบกับยอดขายส่วนต่างๆ ตกลงมากตามสภาวะเศรษฐกิจ ปีพ.ศ.2541 จึงเป็นปีแรกที่ ซีเอ็ด ประสบปัญหาการขาดทุนเป็นปีแรก
อย่างไรก็ตาม การที่ได้ประสบกับปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง ทำให้ ซีเอ็ด ได้เริ่มทบทวนโครงสร้างธุรกิจของ ซีเอ็ด เพื่อให้มีความเข้มแข็งระยะยาว มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และได้ปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินอย่างจริงจัง โดยได้เพิ่มทุนเพื่อรองรับกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนไว้ในระดับหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2541ได้กำหนดมาตรการทางการเงินที่รัดกุม เพื่อให้ ซีเอ็ด สามารถชำระเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินลงได้หมด และมีสภาพคล่องทางการเงินที่เพียงพอที่จะขยายงานได้โดยไม่ติดขัด ดังนั้น ภายในปี พ.ศ.2542 บริษัทฯ ก็สามารถพลิกฟื้นสภาพการทำกำไรขึ้นมาได้อีก มีสภาพคล่องทางการเงินอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม และขยายการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ซีเอ็ด ได้ย้ายสำนักงานทั้งหมดจาก ซอยตระกูลสุข ถนนอโศก-ดินแดง ซึ่งได้อยู่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 มาที่อาคารเนชั่นทาวเวอร์ เสร็จสิ้นในต้นปี พ.ศ. 2544 หลังจากที่ได้ย้ายสำนักงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ทั้งหมด มาล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ กลางปี พ.ศ. 2541 เพื่อให้มีพื้นที่ทำงานมากขึ้น ให้มีความสะดวกในการประสานงาน และให้รองรับการเติบโตของ ซีเอ็ด ได้อีกมาก
ในปี 2546 บริษัทฯ ได้ย้ายศูนย์กระจายสินค้าของบริทฯ มาที่เลขที่ 99 หมู่ 1 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540 เพื่อขยายศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทฯ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับจำนวนสาขาที่จะเพิ่มขึ้นได้ถึง 600 จะขาย โดยในปี พ.ศ.2549 ได้เพิ่มพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าหนังสือจากเดิมประมาณ 7,400 ตารางเมตร เป็นประมาณ 10,000 ตารางเมตร และในปลายปี 2552 จะเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าขึ้นอีกประมาณ 3,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับหนังสือที่เป็นผู้จัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นมาก และรองรับการให้บริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
รายได้รวมของ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)
| |
2534 |
2535 |
2536 |
2537 |
2538 |
2539 |
2540 |
2541 |
2542 |
2543 |
2544 |
2545 |
2546 |
2547 |
2548 |
2549 |
2550 |
2551 |
| รายได้ (ล้านบาท) |
115.3 |
166.0 |
238.6 |
330.2 |
523.2 |
643.4 |
672.5 |
637.2 |
810.9 |
1,173.8 |
1,652.7 |
2,003.2 |
2,430.0 |
2,856.3 |
3,391.1 |
3,725.7 |
3,949.6 |
4,423.00 |
| อัตราเติบโต (%) |
38.1 |
43.9 |
43.7 |
38.4 |
58.4 |
23.0 |
4.5 |
(5.2) |
27.3 |
44.8 |
40.8 |
21.2 |
21.3 |
17.6 |
18.7 |
9.9 |
6.0 |
12.0 |
Remarks: (F) -หมายถึงประมาณการ
ธุรกิจหลักของซีเอ็ด
ซีเอ็ดดำเนินธุรกิจการเผยแพร่ความรู้ โดยเน้นในด้านการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศบริษัทฯ โดยประกอบธุรกิจหลัก 3 ส่วน ดังนี้
1.ธุรกิจสำนักพิมพ์ ปัจจุบัน ซีเอ็ด เป็นผู้ผลิตหนังสือสู่ร้านหนังสือเป็นรายใหญ่ของประเทศ โดยเป็นผู้บุกเบิก และเป็นผู้นำตลาดในสาขาคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมศาสตร์สาขาอื่นๆ หนังสือส่งเสริมเยาวชน และหนังสือการบริหาร / การจัดการ และหนังสือการพัฒนาตนเอง ปัจจุบัน ซีเอ็ด เป็นสำนักพิมพ์ที่มียอดขายเข้าสู่ระบบร้านหนังสือสูงสุด ในลำดับต้นๆ ของประเทศไทย นอกจากนั้น ซีเอ็ดยังเป็นผู้ผลิตวารสารเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จำนวน 10 ฉบับ ได้แก่ วารสารเซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกสพลัส์, วารสารไมโครคอมพิวเตอร์, วารสาร UpDATE, วารสาร Hobby Electronics, วารสาร M ICROCOMPUTER USER, วารสาร Industrial Technology Review , วารสาร Mechanical Technology, วารสาร The Absolute Sound & Stage และวารสาร Extreme Technology ,วารสาร Add Magazine และวารสาร Industrial Sourcing และเป็นผู้ดำเนินงานจัดงานประจำปี “Thailand Electronics & Industrial Technology” ซึ่งเป็นงานประจำปีของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาโดยตลอด
2.ธุรกิจรับจัดจำหน่ายหนังสือ ซีเอ็ด เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือที่ ซีเอ็ด ได้ผลิตขึ้นเอง และยังรับจัดจำหน่ายหนังสือให้กับสำนักพิมพ์ และองค์กรอื่น ที่มีผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับทิศทางของ ซีเอ็ด โดยขายส่งให้ร้านหนังสือทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ทั่วประเทศประมาณ 1,600 ร้าน ขายให้กับสถาบันการศึกษาโดยตรง และยังจัดจำหน่ายผ่านทาง ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นร้านหนังสือของ ซีเอ็ด เองด้วย ปัจจุบัน ซีเอ็ด มีหนังสือที่ผลิตขึ้นเองและยังจัดจำหน่ายอยู่ ประมาณมากกว่า 1,140 ชื่อ และรับจัดจำหน่ายให้กับสำนักพิมพ์อื่นอีกประมาณมากกว่า 4,800 ชื่อ และเป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือเข้าสู่ระบบร้านหนังสือ รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
3.ธุรกิจร้านหนังสือ“ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์” (SE-ED Book Center หรือ SBC) โดยเป็นผู้ดำเนินงานร้าน ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งการขยายตัวในลักษณะเครือข่าย และการบริหารพื้นที่ขายในรูปแบบต่างๆ (มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 83 % ของรายได้ปี 2551)
ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เป็นร้านหนังสือทั่วไปขนาดกลาง ที่มีลักษณะการออกแบบ และการจัดวางสินค้าทันสมัย มีประสิทธิภาพการขายที่ดี และเน้นการเปิดในทำเลที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนทั่วไปให้สามารถหาซื้อหนังสือที่ดีได้ง่ายขึ้น ส่วนใหญ่จึงตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำ (เช่น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ฟิวเจอร์ปาร์คบางแค ศูนย์การค้าชั้นนำของต่างจังหวัด เป็นต้น) ซูเปอร์เซ็นเตอร์ชั้นนำ (เช่น เทสโก้โลตัส บิ๊กซี และคาร์ฟูร์ เป็นต้น) และสถาบันการศึกษา (ได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยสยาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ) ในรูปแบบต่างๆ กัน ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดนอกจากนั้น ยังได้เปิดร้านหนังสือในอีกชื่อหนึ่งว่า Book Variety (ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับรายการโทรทัศน์ที่ ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ผลิตขึ้น และออกอากาศทาง UBC 8 และต่อมาย้ายมาออกทาง TTV1 ) เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2545 ซึ่งถือว่าเป็นร้านอีกรูปแบบหนึ่งของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ด้วย
จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ซีเอ็ด เปิด ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และร้านในเครือทั้งหมด (Book Variety, ศูนย์หนังสือในมหาวิทยาลัย ร้านเครื่อข่ายซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และร้านเครือข่ายซีเอ็ด) ได้รวมทั้งสิ้น 327 สาขา โดยเป็นสาขาที่ยังเปิดดำเนินการอยู่จำนวน 303 สาขา อยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 120 สาขา และอยู่ในต่างจังหวัดอีก 183 สาขา ในจำนวนนี้ทั้งหมดเป็นร้านที่ ซีเอ็ด บริหารเองทั้งสิ้น 296 สาขา เป็น ร้านเครือข่ายซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ (ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับความช่วยเหลือเต็มรูปแบบ โดยซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้) จำนวน 5 สาขา และเป็น ร้านเครือข่ายซีเอ็ด (เป็นร้านที่ได้รับความช่วยเหลือไม่เต็มรูปแบบ ร้านสั่งสินค้าเอง) จำนวน 2 สาขา และมีจุดบริการย่อย (Kiosk) จำนวน 37 จุด
ปัจจุบัน ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ นับเป็นเครือข่ายร้านหนังสือที่มียอดขายมากที่สุดในประเทศไทย
ข้อมูลจำนวนสาขาของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ณ วันสิ้นปี
| |
2534
|
2535
|
2536
|
2537
|
2538
|
2539
|
2540
|
2541
|
2542
|
2543
|
2544
|
2545
|
2546
|
2547
|
2548
|
2549
|
2550
|
2551
|
2552(F) |
| สาขาที่เพิ่มขึ้นในปี |
2
|
1
|
1
|
4
|
2
|
2
|
10
|
13
|
12
|
19
|
28
|
27
|
22
|
31
|
26
|
26
|
52
|
49
|
20+
|
| จำนวนสาขารวมที่เปิดไปแล้ว |
2
|
3
|
4
|
8
|
10
|
12
|
22
|
35
|
47
|
66
|
94
|
121
|
143
|
174
|
200
|
226
|
278
|
327
|
347+
|
| จำนวนสาขาที่ปิดในปี |
-
|
-
|
-
|
-
|
-
|
-
|
-
|
-
|
-
|
(1)
|
-
|
-
|
(3)
|
(1)
|
(5)
|
-
|
-
|
(14)
|
-
|
| จำนวนสาขาที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ |
2
|
3
|
4
|
8
|
10
|
12
|
22
|
35
|
47
|
65
|
93
|
120
|
139
|
169
|
190
|
216
|
268
|
303
|
323+
|
ณ สิ้นปี 2551 มีสาขาในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล ที่ยังดำเนินการอยู่ 120 สาขา และในต่างจังหวัด 183 สาขา
จำนวนที่แสดงนี้ไม่รวมสาขาขนาดเล็กมาก และจุดขายย่อย
การปิดสาขาเกือบทั้งหมดในปี 2551 เป็นการปิดสาขาย่อยในพื้นที่สโตร์ของคาร์ฟูร์ และโลตัส
F หมายถึงประมาณการ
กิจกรรมอื่นๆ ซีเอ็ด ยังมีกิจกรรมเพิ่มเติม ดังนี้
- จัดงานประจำปี Thailand Electronics & Industrial Technology เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ
- จัดค่ายกิจกรรมเยาวชน SE-ED Kiddy Camp สำหรับเยาวชนอายุ 8 -14 ปี โดยจัดในช่วงปิดเทอมการศึกษา
- จัดรายการโทรทัศน์ Book Variety ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับหนังสือ ออกอากาศทาง TTV1 Nation Channel ทุกวันเสาร์เวลา 9.00 - 9.30 น.
การลงทุนในบริษัทอื่น ซีเอ็ด มีการลงทุนในบริษัทอื่นด้วย ดังนี้
1. ลงทุนใน บริษัท เอ็ม แอนด์ อี จำกัด ในสัดส่วน 25% จากเงินทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 400,000 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 เพื่อประกอบธุรกิจสำนักพิมพ์ โดยผลิตวารสารเทคนิคและผลิตหนังสือวิชาชีพด้านวิศวกรรมศาสตร์
2. ลงทุนใน บริษัท เพลินพัฒน์ จำกัด ในสัดส่วนประมาณ 49% จากเงินทุนจดทะเบียน 170 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการโรงเรียน เพลินพัฒนา ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑล สาย 2 เปิดสอนในระดับตั้งแต่ เตรียมอนุบาล (เริ่มรับตั้งแต่อายุ 1 ขวบ 6 เดือนเป็นต้นไป๗ จนถึงมัธยมปีที่ 6 โดยเริ่มเปิดรับนักเรียนในปีการศึกษา 2547 เป็นต้นไป เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของพันธมิตรที่รักงานการศึกษา กว่า 70 คน จากกลุ่มต่างๆ ได้แก่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู นักวิชาการ ผู้บริหารโรงเรียน ร่วมกับองค์กรเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในสถาบันครอบครัว และการศึกษา เช่น บริษัท รักลูกแฟมิลี่ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท แปลนพับลิชชิ่ง จำกัด) ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 8.75% และซีเอ็ด เพื่อสร้างสรรค์โรงเรียนต้นแบบแนวคิดใหม่ บนกระบวนการที่หลากหลาย โดยวางแนวทางการบริหารจัดการ การออกแบบหลักสูตร ตลอดจนวิธีการเรียนรู้ ในลักษณะ Tailor Made เพื่อสร้างเยาวชน ให้มีความสุข มีความรอบรู้ มีประสิทธิภาพ และมีทักษะที่จำเป็น ที่จะเป็นพลเมืองคุณภาพใหม่ ที่ร่วมนำพา และดูแลสังคมไทย ให้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน และเชื่อมไปสู่ความเป็นนานาชาติ
ในปีการศึกษา 2551 มีนักเรียนรวมทั้งสิ้นประมาณ 842 คน โดยมีนักเรียนชั้นสูงสุดถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
จำนวนพนักงาน ณ วันสิ้นปี
| |
2539
|
2540
|
2541
|
2542
|
2543
|
2544
|
2545
|
2546
|
2547
|
2548
|
2549
|
2550
|
2551
|
| สำนักงานใหญ่ |
398
|
382
|
379
|
429
|
481
|
548
|
632
|
759
|
800
|
808
|
770
|
816
|
888
|
| สาขา |
133
|
155
|
167
|
196
|
318
|
499
|
698
|
831
|
944
|
954
|
1,053
|
1,242
|
1,384
|
| รวม |
531 |
537 |
546 |
625 |
799 |
1,047 |
1,330 |
1,590 |
1,744 |
1,762 |
1,823 |
2,058 |
2,272 |
หมายเหตุ ไม่รวมจำนวนพนักงานชั่วคราว
ที่ติดต่อ :
· บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 1858/87-90 อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 ถนนบางนา-ตราด กม.4.5 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 โทร. 0-2739-8000 โทรสาร 0-2751-5999
· แผนกการตลาด สายงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์
โทร. 0-2739-5555 ติดต่อคุณศรีนวล หรือ srinuan@se-ed.com
· แผนกจัดจำหน่าย สายงานขายและจัดจำหน่าย
โทร. 0-2739-8222 ติดต่อคุณดวงใจ หรือ daungjai@se-ed.com
ตัวอย่างรายชื่อสำนักพิมพ์ / องค์กร ที่มอบหมายให้ “ซีเอ็ด” เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือ
ปัจจุบัน ซีเอ็ด เป็นผู้จัดจำหน่ายให้กับสำนักพิมพ์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 406+ ราย และองค์กร / สถาบัน รวมอีกประมาณ 15 ราย
ตัวอย่างรายชื่อสำนักพิมพ์
|
1.
|
Oxford University Press เน้นหนังสือ ELT (สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยที่มียอดขายมากที่สุดในโลก)
|
17.
|
คณะบุคคลพีดีเอแม็กซ์ (ผู้ผลิตหนังสือแนวเทคโนโลยีมือถือ)
|
|
2.
|
บริษัท เนชั่นบุ๊คส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
(ในเครือเนชั่นกรุ๊ป ผู้ผลิต นสพ.กรุงเทพธุรกิจ คม-ชัด-ลึก)
|
18. |
บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด (ผู้ผลิตเว๊บไซด์www.tarad.com ,www.thaiseconhand.com) |
|
3.
|
บริษัท เอ็มไอเอส ซอฟท์เทค จำกัด
|
19.
|
บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ผู้ผลิต นสพ.ผู้จัดการ)
|
|
4.
|
บริษัท เวิร์คพอยท์ พับลิชชิ่ง จำกัด
(ผู้ผลิตรายการ เกมทศกัณฑ์ และ แฟนพันธุ์แท้)
|
20.
|
บริษัท แบร์ พับลิชชิ่ง จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือ จักรวาลในเปลือกนัท,หนังสือ Sudoku)
|
|
5.
|
บริษัท บลิส พับลิชชิ่ง จำกัด
(ผู้ผลิตหนังสือ JBook ในเครือ GMM แกรมมี่)
|
21.
|
บริษัท เอ็กซเปอร์เน็ท จำกัด
|
|
6.
|
สำนักพิมพ์ บี พลัส พับลิชชิ่ง (ผู้ผลิตหนังสือ สุดยอดธรรมะฉบับพินัยกรรม)
|
22.
|
บริษัท บิ๊กส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (คุณแอนดรูว์ บิ๊กส์)
|
|
7.
|
บริษัท อัจฉริยะสร้างได้ จำกัด (ผู้ผลิตหนังสืออัจฉริยะสร้างได้)
|
23.
|
บริษัท แปลน สารา จำกัด
|
|
8.
|
บริษัท รักลูกแฟมิลี่ กรุ๊ป จำกัด
(เดิมชื่อ บริษัท แปลนพับลิชชิ่ง จำกัด)
|
24.
|
บริษัท อักษรศาสตร์ พับลิเคชั่น จำกัด
|
|
9.
|
ห้างหุ้นส่วนจำกัด อาศรมสารนาถ (ผู้ผลิตหนังสือ เข็มทิศชีวิต,เข็มทิศหัวใจ)
|
25.
|
บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือพิมพ์ Bangkok Post, โพสต์ ทูเดย์
|
|
10.
|
บริษัท เอ็ดดูเคชั่น ไมน์ด ไลน์ มัลติมีเดีย จำกัด
|
26.
|
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลวินเทจ จำกัด (ผู้ผลิตนิตยสารกูเม่ ในเครือนิตยสารการเงินธนาคาร
|
|
11.
|
บริษัท โปรวิชั่น จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือคอมพิวเตอร์ชั้นนำ)
|
27.
|
บริษัท ฐานการพิมพ์ จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ)
|
|
12.
|
บริษัท ซัคเซส มีเดีย จำกัด (ผู้ผลิตหนังสือคอมพิวเตอร์ชั้นนำ)
|
28.
|
บริษัท ลักษ์ พับลิชชิ่ง จำกัด (หนังสือ Toilet, ผู้ผลิตรายการสาระแนโชว์)
|
|
13.
|
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด (ผู้ผลิต นิตยสาร a day)
|
29.
|
บริษัท พี.วาทิน พับลิเคชั่น จำกัด (ในเครือต่วยตูน)
|
|
14.
|
บริษััท แมคกรอ-ฮิล อินเตอร์เนชั่นแนลเอ็นเตอร์ไพรส์อิงค์ (สำนักพิมพ์ชั้นนำรายใหญ่ของโลก)
|
29.
|
ห้างหุ้นส่วนสามัญธัชกนิษฐ์
(ผู้ผลิตหนังสือนิทานวรรณคดีตามใจแม่ เช่น รามเกียรติ์ สามก๊ก)
|
|
15.
|
บริษัท เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า จำกัด (สำนักพิมพ์ชั้นนำรายใหญ่ของโลก
|
|
ฯลฯ
|
|
16.
|
บริษัท รีดเดอร์สไดเจสท์ (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักพิมพ์ชั้นนำรายใหญ่ของโลก
|
|
|
|
|
บริษัท กันตนา พับลิชชิ่ง จำกัด
|
|
|
| |
|
ซีเอ็ด คิดดี แคมป์ (SE-ED Kiddy Camp)
ด้วยซีเอ็ดตั้งใจจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเด็กไทยให้เก่งขึ้น จึงสานต่อโครงการค่ายเยาวชน ซึ่งซีเอ็ดบุกเบิกมาเมื่อยี่สิบปีก่อน (ค่ายคอมพิวเตอร์ และค่ายธรรมชาติ) โดยเริ่มตั้งโครงการ SE-ED Kiddy Camp ขึ้นใหม่ ในปี 2545 เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปิดเทอม ปัจจุบัน มีหลายค่ายให้เลือก ทั้งแบบไปค่ายต่างจังหวัด และแบบเช้าไปเย็นกลับ เพื่อกระตุ้นเยาวชนให้สนุกกับการเรียนรู้ ขณะเดียวกันก็ได้ศึกษาพฤติกรรมของเด็กในการเรียนรู้ ก่อนที่จะขยายความคิดและผนึกกับแนวทางอื่นๆ ที่เสริมกันเพื่อสร้างเด็กไทย ให้เก่งขึ้นในปริมาณ ที่มากขึ้น
เยาวชนที่เข้าค่าย จะสนุกกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์อิเล็กทรอนิกส์ การทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ความรู้พื้นฐานในการดำรงชีวิต ศีลธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิตรภาพ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมสนุกในกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย เช่น นักสำรวจน้อย เข้าฐานกิจกรรม เล่นเกมส์ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ฯลฯ
ในปี 2549 ซีเอ็ดได้ก่อตั้งแผนก SE-ED Learning Center ขึ้นมา เพื่อบริหารกิจกรรมเยาวชนทั้งหมดอย่างเอาจริงเอาจัง และเพื่อรองรับการขยายงานในอนาคตที่จะมากขึ้น โดยจะเปิดศูนย์การเรียนรู้ SE-ED Learning Center บนพื้นที่ประมาณ 600 ตารางเมตร ที่อาคาร จัตุรัสจามจุรี (Chamchuri Square) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่เดือน กันยายน พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป เพื่อให้การบริการครอบคลุมถึงการฝึกอบรมทางด้านวิชาชีพ และกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของคนไทยในด้านต่าง ๆ แก่ผู้สนใจทั่วไป ตลอดจนเยาวชนและนักเรียน นักศึกษา โดยมีหัวข้อการสัมมนาที่หลากหลายและเน้นการลงมือทำได้จริง สำหรับหลักสูตรสำหรับเด็ก ถูกออกแบบให้เป็นไปตามแนวคิด Brain-Based Learning (การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน) เน้นให้เด็กมีแรงบันดาลใจคิดที่อยากเรียน รวมถึงการสรรหาวิทยากรผู้มีประสบการณ์ในแต่ละด้าน อาทิ หลักสูตรคณิตศาสตร์ อำนวยการสอนโดย รศ.ดร.สมวงษ์ แปลงประสบโชค เป็นต้น นอกจากนั้น ช่วงบ่ายของวันเสาร์ อาทิตย์ เป็ดสโมสรคิดคลับให้กับสมาชิก ได้มีแหล่งเรียนรู้ ฝึกกระบวนการคิดผ่านเกมและกิจกรรมการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทุกสับดาห์
นอกจาก SE-ED Learing Center จะเป็นศูนย์การเรียนรู้ครบวงจรแล้ว ย้งทำหน้าที่รับจัดค่ายเยาชนให้บริษัทชั้นนำ และโรงเรียนต่าง ๆ รวมทั้งทำงานร่วมกับองค์กรอื่นในการจัดหลักสูตรร่วมกัน เช่น ร่วมกับโรงเรียนสอนภาษา ESI จัดอบรมการสอนภาษาอังกฤษให้ครูหมวดภาษาอังกฤษ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้รับความสนใจจากอาจารย์กว่า 100 ท่านเข้าร่วมโครงการ เป็นต้น นอกจากนั้นยังให้บริการห้องสัมมนาสำหรับการจัดงานต่าง ๆ และการจัดงานแถลงข่าว เป็นต้น
|